รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
13 ม.ค. 2565 08:49:00
หัวข้อข่าว
สรุปข้อสนเทศ AQ-W5
หลักทรัพย์
AQ
แหล่งข่าว
AQ
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                - สรุปข้อสนเทศ -
ลักษณะ เงื่อนไข และสาระสำคัญใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ
บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 5 ("ใบสำคัญแสดงสิทธิ")
จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ    42,660,889,866 หน่วย
จำนวนหุ้นที่รองรับการใช้สิทธิ    42,660,889,866 หุ้น
การจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ
    จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") 
ที่มีชื่อปรากฏในวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิ (Record Date) ในวันที่ 22
พฤศจิกายน 2564 ในอัตราส่วนหุ้นสามัญเดิม 2 หุ้น ต่อใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย
(โดยหากมีเศษของใบสำคัญแสดงสิทธิเกิดขึ้นจากการคำนวณ ให้ปัดเศษดังกล่าวทิ้ง)
ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิรายใหญ่    ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2564
ลำดับ    รายชื่อ    จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ    ร้อยละของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ยื่นจดทะเบียนในครังนี้
1    UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED    8,256,683,500.00    19.35%
2    นายกฤษน์  ศรีชวาลา    3,000,000,000.00    7.03%
3    นายกองเอกสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล    1,950,000,000.00    4.57%
4    นางพัลลภา พิพัฒน์วิไลกุล    1,907,934,050.00    4.47%
5    น.ส.กมาตยา ศรวณียารักษ์    1,789,475,000.00    4.19%
6    นายสุสิชณ์ทักษ์ อัจฉริยะสมบัติ    1,369,788,453.00    3.21%
7    นายชนน วังตาล    1,300,000,000.00    3.05%
8    นายพิเชษฐ์ เพิ่มทรัพย์หิรัญ    1,200,000,000.00    2.81%
9    นายชัชวาลย์ โตจรูญ    940,000,000.00    2.20%
10    บริษัทไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด    403,999,680.00    0.95%
รวม    22,117,880,683.00    51.85%
การใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ    1. วันกำหนดการใช้สิทธิ
ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิจะใช้สิทธิได้ครั้งแรกในวันที่ 31 มีนาคม 2565 และตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
?    วันที่ 30 มิถุนายน 2565
?    วันที่ 30 กันยายน 2565
?    วันที่ 30 ธันวาคม 2565
?    วันที่ 31 มีนาคม 2566
?    วันที่ 30 มิถุนายน 2566
?    วันที่ 29 กันยายน 2566
?    วันที่ 29 ธันวาคม 2566
?    วันที่ 29 มีนาคม 2567
?    วันที่ 28 มิถุนายน 2567
?    วันที่ 30 กันยายน 2567
?    วันที่ 6 ธันวาคม 2567
ในกรณีที่วันกำหนดการใช้สิทธิใด ๆ ตรงกับวันหยุดทำการของบริษัท 
ให้เลื่อนวันกำหนดใช้สิทธิครั้งดังกล่าวเป็นวันทำการก่อนหน้า โดยบริษัทจะไม่ขยายอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ
 และไม่มีข้อกำหนดเรียกให้ผู้ถือใบสำคัญแสดง สามารถใช้สิทธิก่อนครบกำหนด
2. ลักษณะการใช้สิทธิ
ในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ แต่ละครั้ง 
ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้
สำหรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่เหลือและไม่ได้ใช้สิทธิภายในวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย บริษัทฯ
จะถือว่าผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิไม่ประสงค์จะใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าว
และให้ถือว่าใบสำคัญแสดงสิทธินั้น ๆ สิ้นสภาพโดยไม่มีการใช้สิทธิ
3. ระยะเวลาการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิ
    3.1) ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิซึ่งประสงค์จะใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ 
จะต้องแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ตามใบสำคัญแสดงสิทธิระหว่างเวลา 9.00 น. ถึง
15.30 น. ของทุกวันทำการ ภายในระยะเวลา 7 วันทำการ ก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิในแต่ละครั้ง
("ระยะเวลาการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิ") ในกรณีที่วันกำหนดการใช้สิทธิตรงกับวันหยุดทำการของบริษัทฯ
ให้เลื่อนวันกำหนดการใช้สิทธิดังกล่าวเป็นวันทำการสุดท้ายก่อนหน้าวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งดังกล่าว
ยกเว้นการแสดงความจำนงในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ให้แสดงความจำนงในการใช้สิทธิภายในระยะเวลา 15
วันก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ("ระยะเวลาการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย")
ในกรณีที่วันกำหนดการใช้สิทธิตรงกับวันหยุดทำการของบริษัทฯ ให้เลื่อนวันกำหนดการใช้สิทธิดังกล่าว
เป็นวันทำการสุดท้ายก่อนหน้าวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งดังกล่าว
    3.2) ทั้งนี้ การแจ้งข่าวเกี่ยวกับการใช้สิทธิ ระยะเวลาการใช้สิทธิ 
และระยะเวลาการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิ บริษัทฯ จะแจ้งรายละเอียดดังกล่าวอย่างน้อย 5
วันทำการก่อนระยะเวลาการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิในแต่ละครั้งผ่านทางระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย
์ (SET Link) สำหรับการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย บริษัทฯ
จะส่งจดหมายลงทะเบียนถึงผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิตามรายชื่อที่ปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ ณ
วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งสุดท้าย ภายใน 21
วันก่อนวันครบกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ บริษัทฯ
จะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิ 21 วันก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย
และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ("ต.ล.ท." หรือ "ตลาดหลักทรัพย์") จะทำการขึ้นเครื่องหมายห้ามการซื้อขาย
(SP) ล่วงหน้า 2 วันทำการก่อนวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิ
ในกรณีที่วันแรกของการปิดสมุดทะเบียนดังกล่าว ตรงกับวันหยุดของตลาดหลักทรัพย์
ให้เลื่อนเป็นวันทำการก่อนหน้า
และในกรณีที่วันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายตรงกับวันหยุดทำการของบริษัทฯ
ให้เลื่อนวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายดังกล่าว
เป็นวันทำการสุดท้ายก่อนหน้าวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายดังกล่าว ทั้งนี้
ใบสำคัญแสดงสิทธิจะถูกพักการซื้อขายตั้งแต่วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย SP
จนถึงวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย
การปรับสิทธิของราคาและอัตราการใช้สิทธิ    บริษัทฯ 
ต้องดำเนินการปรับราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิตลอดอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้
เพื่อรักษาผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิไม่ให้ด้อยไปกว่าเดิม
ก.    เมื่อบริษัทฯ เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นบริษัทฯ 
อันเป็นผลมาจากการรวมหรือการแบ่งแยกหุ้นที่ได้ออกแล้วของบริษัทฯ
บริษัทฯ จะปรับราคาการใช้สิทธิอันเป็นผลมาจากการรวม หรือการแบ่งแยกหุ้นที่ออกแล้วของบริษัทฯ 
โดยจะมีผลบังคับทันที
เมื่อมูลค่าที่ตราไว้มีผลบังคับใช้ตามที่เผยแพร่ผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลสื่ออิเล็กทรอนิคส์ของตลาดหลักทรัพ
ย์ฯ เพื่อให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ
ได้รับหุ้นตามจำนวนที่คำนวณได้ตามสูตรและประเภทเช่นเดียวกับหุ้นของบริษัทฯ
ที่ออกภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
เสมือนว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญของบริษัทฯ
1.    ราคาการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
 
2.    อัตราการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
 
โดยที่      คือ ราคาการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
         คือ ราคาการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
     คือ อัตราการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
         คือ อัตราการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
         คือ มูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญก่อนการเปลี่ยนแปลง
         คือ มูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญหลังการเปลี่ยนแปลง
ข.    เมื่อบริษัทฯ จ่ายปันผลทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ
การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิจะมีผลบังคับทันที 
ตั้งแต่วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญไม่มีสิทธิในการรับหุ้นปันผล (วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย
XD)

1.    ราคาการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
         
2.    อัตราการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
         
โดยที่      คือ ราคาการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
     คือ ราคาการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
     คือ อัตราการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
     คือ อัตราการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
          คือ จำนวนหุ้นสามัญที่ได้เรียกชำระเต็มมูลค่าแล้ว ณ 
วันก่อนปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นสามัญเพื่อสิทธิการรับหุ้นปันผล
         คือ จำนวนหุ้นสามัญที่ออกใหม่ในรูปแบบของหุ้นสามัญปันผล
ค.    เมื่อบริษัทฯ เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือประชาชนทั่วไป 
ในราคาที่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ
การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิ 
จะมีผลบังคับทันทีตั้งแต่วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญจะไม่ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่
(วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XR) สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights
Offering) และ/หรือ วันแรกของการเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่แก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ บุคคลในวงจำกัด
แล้วแต่กรณี
"ราคาเฉลี่ยของหุ้นสามัญที่ออกใหม่" คำนวณได้จาก จำนวนเงินทั้งสิ้นที่บริษัทฯ จะได้รับจากการเสนอขายหุ้น
หักด้วยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกนั้น (ถ้ามี)
หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งสิ้นที่ออกใหม่ในครั้งนั้น
"ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ" ได้กำหนดไว้เท่ากับ 
"ราคาตลาดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักต่อหุ้นของหุ้นสามัญของบริษัทฯ" โดยที่
"ราคาตลาดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักต่อหุ้นของหุ้นสามัญของบริษัทฯ" หมายถึง
มูลค่าการซื้อขายหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทฯ หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญของบริษัทฯ
ที่ทำการซื้อขายทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ในระหว่างระยะเวลา 7 วันทำการ
(วันที่เปิดทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์) ติดต่อกันก่อนวันที่ใช้ในการคำนวณ
ในกรณีที่ไม่สามารถหา "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ" เนื่องจากหุ้นสามัญของบริษัทฯ 
ไม่มีการซื้อขายในช่วงระยะเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะทำการกำหนดราคายุติธรรมเพื่อใช้ในการคำนวณแทน
 "วันที่ใช้ในการคำนวณ" หมายถึง 
วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญจะไม่ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่
(วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XR) สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอขายให้กับผู้หุ้นเดิม (Rights
Offering) และ/หรือ วันแรกของการเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่แก่ประชาชนทั่วไป
สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป และ/หรือ กรณีที่เป็นการเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด
แล้วแต่กรณี
อนึ่ง ในกรณีที่เมื่อมีการเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่พร้อมกันมากกว่า 1 ราคาการเสนอขาย 
ในเงื่อนไขที่จะต้องจองซื้อหุ้นดังกล่าวด้วยกัน ให้นำราคาเสนอขายของทุกราคา
และจำนวนหุ้นที่ออกใหม่ทั้งหมดมาคำนวณราคาเฉลี่ยต่อหุ้นของหุ้นสามัญที่ออกใหม่
แต่ในกรณีที่การเสนอขายพร้อมกันดังกล่าวไม่อยู่ภายในเงื่อนไขที่ต้องจองซื้อด้วยกัน
ให้นำจำนวนหุ้นและราคาเสนอขายเฉพาะของหุ้นสามัญที่ออกใหม่ซึ่ง "ราคาเฉลี่ยของหุ้นสามัญที่ออกใหม่"
ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของ "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ" มาคำนวณการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
ในกรณีที่การเสนอขายดังกล่าวไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่จะต้องจองซื้อด้วยกัน 
ให้นำเฉพาะราคาเสนอขายที่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของ "ราคาตลาดต่อหุ้นสามัญของบริษัทฯ"
มาคำนวณการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
1.    ราคาการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
          
2.    อัตราการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
          
โดยที่      คือ ราคาการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
         คือ ราคาการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
     คือ อัตราการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
         คือ อัตราการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
         คือ "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ"
     คือ จำนวนหุ้นสามัญที่ได้เรียกชำระเต็มมูลค่าแล้ว ณ วันก่อนปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น 
เพื่อสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ กรณีเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือ
วันก่อนวันแรกของการเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ กรณีเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ
กรณีเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่บุคคลในวงจำกัด แล้วแต่กรณี
      คือ จำนวนหุ้นสามัญที่ออกใหม่ ทั้งที่เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือ 
เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ บุคคลในวงจำกัด
     คือ จำนวนเงินที่ได้รับภายหลังจากการหักค่าใช้จ่าย (ถ้ามี) 
จากการออกหุ้นสามัญที่ออกใหม่ที่เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือ เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป
และ/หรือ เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด
ง.    เมื่อบริษัทฯ เสนอขายหลักทรัพย์ออกใหม่ใด ๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือ ประชาชนทั่วไป และ/หรือ 
บุคคลในวงจำกัด โดยหลักทรัพย์นั้นให้สิทธิแก่ผู้ถือหลักทรัพย์ในการใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
หรือใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ (เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ)
โดยราคาเฉลี่ยต่อหุ้นของหุ้นสามัญที่จะออกใหม่เพื่อรองรับสิทธิดังกล่าว ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของ
"ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ"
 การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิ จะมีผลบังคับทันที 
ตั้งแต่วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญจะไม่ได้รับการใช้สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ใด ๆ
ที่ให้สิทธิที่จะแปลงสภาพ/เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญ (วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย )
สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) และ/หรือ
วันแรกของการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ใด ๆ
ที่ให้สิทธิที่จะแปลงสภาพ/เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ
ที่เป็นการเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด แล้วแต่กรณี
"ราคาเฉลี่ยต่อหุ้นของหุ้นสามัญที่ออกใหม่" คำนวณได้จากจำนวนเงินที่บริษัทฯ 
จะได้รับจากการออกหลักทรัพย์ใด ๆ ที่มีสิทธิในการแปลงสภาพ/เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญ
รวมกับเงินที่ได้รับจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญนั้น
หักด้วยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ (ถ้ามี)
หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ต้องออกใหม่เพื่อรองรับการใช้สิทธินั้น
"ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ" และฐานของมูลค่าที่ตราไว้ ซึ่งจะใช้เปรียบเทียบให้ใช้ 
และมีความหมายเช่นเดียวกับ รายละเอียดในข้อ (ค) ข้างต้น
"วันที่ใช้ในการคำนวณ" หมายถึง 
วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญจะไม่ได้รับสิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ใด ๆ
ที่ให้สิทธิที่จะแปลงสภาพ/เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญ (วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย )
สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) และ/หรือ
วันแรกของการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ใด ๆ
ที่ให้สิทธิที่จะแปลงสภาพ/เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไป
สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ดังกล่าวต่อประชาชนทั่วไป และ/หรือ
ที่เป็นการเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด แล้วแต่กรณี
อนึ่ง ในกรณีที่มีการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ที่มีสิทธิแปลงสภาพพร้อมกันมากกว่า 1 ราคาการเสนอขาย 
ในเงื่อนไขที่จะต้องจองซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวด้วยกัน ให้คำนวณการเปลี่ยนแปลงจาก
หลักทรัพย์ที่ออกใหม่ที่มีสิทธิแปลงสภาพทั้งหมด
แต่ในกรณีที่การเสนอขายพร้อมกันดังกล่าวไม่อยู่ภายในเงื่อนไขที่ต้องจองซื้อด้วยกัน
ให้คำนวณการเปลี่ยนแปลงจาก หลักทรัพย์ที่ออกใหม่ที่มีสิทธิแปลงสภาพ ซึ่ง
"ราคาเฉลี่ยต่อหุ้นของหุ้นสามัญที่ออกใหม่" ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของ "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ"
เท่านั้น
1.    ราคาการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
         
2.    อัตราการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
         
โดยที่      คือ ราคาการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
     คือ ราคาการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
 คือ อัตราการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
     คือ อัตราการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
     คือ "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ"
     คือ จำนวนหุ้นสามัญที่ได้เรียกชำระเต็มมูลค่าแล้ว ณ วันก่อนปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น 
เพื่อการจองซื้อหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ที่มีสิทธิที่จะแปลงสภาพ/เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญได้
กรณีเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือ ก่อนวันแรกของระยะเวลาการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ใด ๆ
ที่มีสิทธิแปลงสภาพ/เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญได้ต่อประชาชนทั่วไป และ/หรือ บุคคลในวงจำกัด แล้วแต่กรณี
      คือ จำนวนหุ้นสามัญที่ออกใหม่ เพื่อรองรับการใช้สิทธิของหลักทรัพย์ใด ๆ 
ซึ่งสามารถแปลงสภาพ/เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญที่จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือ
เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด  แล้วแต่กรณี
     คือ จำนวนเงินที่บริษัทฯ จะได้รับภายหลังจากการหักค่าใช้จ่าย (ถ้ามี) จากการออกหลักทรัพย์ใด ๆ 
ที่มีสิทธิในการแปลงสภาพ/เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญที่เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือ
เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด
รวมกับเงินที่ได้รับจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ
จ.    เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินปันผลเป็นเงินซึ่งเกินกว่าอัตราร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ หลังจากชำระภาษีแล้ว
การคำนวณอัตราร้อยละของเงินปันผลที่จ่ายให้กับผู้ถือหุ้น 
ให้คำนวณโดยนำเงินปันผลที่จ่ายออกจริงในรอบระยะเวลาบัญชีในแต่ละปีดังกล่าว
ไม่ว่าจะจ่ายจากกำไรสุทธิหรือกำไรสะสม
หารด้วยกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ของผลการดำเนินงานตามงบการเงินรวม
(ที่ได้มีการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ) ของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญไม่มี
สิทธิในการรับเงินปันผลนั้น (วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XD)
1.    ราคาการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
         
2.    อัตราการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
         
โดยที่      คือ ราคาการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
     คือ ราคาการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
 คือ อัตราการใช้สิทธิเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลง
     คือ อัตราการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง
     คือ "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ"
     คือ เงินปันผลต่อหุ้นที่จ่ายจริงแก่ผู้ถือหุ้น
     คือ เงินปันผลต่อหุ้น ที่จะจ่ายในอัตราร้อยละ 50 โดยคำนวณจากกำไรสุทธิหลังหักภาษี 
หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล
"ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ" และฐานของมูลค่าที่ตราไว้ ซึ่งจะใช้เปรียบเทียบให้ใช้ 
และมีความหมายเช่นเดียวกับ รายละเอียดในข้อ (ค) ข้างต้น
"วันที่ใช้ในการคำนวณ" หมายถึง วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญจะไม่ได้รับสิทธิในเงินปันผล
ฉ.    ในกรณีอื่นใดในลักษณะเดียวกับ ข้อ (ก) ถึง (จ) ที่ทำให้ผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ 
ที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิจะได้รับเมื่อมีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิด้อยไปกว่าเดิม  ให้บริษัทฯ
พิจารณากำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดอื่น ๆ ที่
เกี่ยวข้องกับการปรับหรือพิจารณากำหนดการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิ และ/หรือ
อัตราการใช้สิทธิใหม่อย่างเป็นธรรม และไม่ทำให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ
หรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิได้รับผลประโยชน์ด้อยไปจากเดิม โดยให้ถือว่าผลการพิจารณานั้นเป็นที่สุด
และให้บริษัทฯ แจ้งให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ และนายทะเบียนใบสำคัญแสดงสิทธิ
ทราบถึงรายละเอียดดังกล่าวด้วยโดยทันทีหรือก่อนวันที่เกิดเหตุการณ์ที่ต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงการใช้สิท
ธิดังกล่าว
การคำนวณการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิตามข้อ (ก) ถึง (ฉ) 
เป็นอิสระต่อกันและจะคำนวณการเปลี่ยนแปลงตามลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนหลังเปรียบเทียบกับ
"ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ" สำหรับกรณีที่เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นพร้อมกัน
ให้คำนวณการเปลี่ยนแปลงเรียงตามลำดับ ดังนี้ คือ (ก) (จ) (ข) (ค) (ง) และ (ฉ)
โดยในแต่ละลำดับครั้งที่คำนวณการเปลี่ยนแปลง ให้คงสภาพของราคาการใช้สิทธิเป็นทศนิยม 4 ตำแหน่ง
และอัตราการใช้สิทธิเป็นทศนิยม 4 ตำแหน่ง
"ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทฯ" ซึ่งจะใช้เปรียบเทียบให้ใช้และมีความหมายเช่นเดียวกับรายละเอียดในข้อ 
(ค) ข้างต้น
การคำนวณการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิตามข้อ (ก) ถึง (ฉ) จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง 
ซึ่งทำให้ราคาการใช้สิทธิใหม่สูงขึ้น และ/หรือ อัตราการใช้สิทธิลดลง เว้นแต่กรณีการรวมหุ้น
ในกรณีที่หุ้นสามัญที่เกิดจากการใช้สิทธิตามจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิของการแสดงคว
ามจำนงการใช้สิทธิในแต่ละครั้ง (ทศนิยม 4 ตำแหน่ง ของอัตราการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง)
คำนวณออกมาเป็นเศษของหุ้นให้ตัดเศษของหุ้นนั้นทิ้ง และหากราคาการใช้สิทธิหลังการเปลี่ยนแปลง (ทศนิยม 4
ตำแหน่ง) คูณกับจำนวนหุ้นสามัญ ในการแสดงความจำนงการใช้สิทธิในรอบนั้น
คำนวณได้เป็นเศษของบาทให้ตัดเศษของบาททิ้ง
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิจนเป็นผลทำให้ราคาการใช้สิทธิใหม่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้
ของหุ้นสามัญของบริษัทฯ (Par Value) ก็ให้ใช้ราคาการใช้สิทธิใหม่ดังกล่าว
เว้นแต่จะเป็นกรณีที่กฎหมายห้ามมิให้บริษัทฯ ออกหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ บริษัทฯ
ขอสงวนสิทธิที่จะปรับราคาใช้สิทธิใหม่เท่ากับมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญเท่านั้น
สำหรับอัตราการใช้สิทธิใหม่ให้ใช้อัตราการใช้สิทธิที่คำนวณได้ตามข้อ (ก) ถึง (ฉ) เช่นเดิม
สถานภาพของใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิที่อยู่ระหว่างวันที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแ
ทนใบสำคัญแสดงสิทธิแสดงความจำนงใช้สิทธิ และวันก่อนที่กระทรวงพาณิชย์จะรับจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้ว
อันเนื่องมาจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิจะมีสถานภาพและสิทธิเช่นเดียวกับ
ใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่ยังไม่ได้แสดงความจำนงใช้สิทธิ
และสถานภาพจะสิ้นสุดลงในวันที่กระทรวงพาณิชย์ได้รับจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้ว
อันเนื่องมาจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิข้างต้นแล้ว
ในกรณีบริษัทฯ มีการปรับราคาการใช้สิทธิ และ/หรือ อัตราการใช้สิทธิ ในช่วงที่บริษัทฯ 
ยังไม่ได้นำหุ้นสามัญที่เกิดจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ
เข้าจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ
ที่ได้ทำการใช้สิทธิแล้วจะได้รับการปรับสิทธิย้อนหลัง โดยบริษัทฯ
จะดำเนินการออกหุ้นสามัญใหม่เพิ่มเติมให้แก่ใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิโดยเร็วที่สุดตามจ
ำนวนที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิสมควรจะได้รับ
หากราคาที่ปรับใหม่นั้นมีผลบังคับใช้โดยหุ้นสามัญส่วนที่เพิ่มเติม
อาจได้รับช้ากว่าหุ้นสามัญที่ได้รับก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่เกิน 45 วันทำการนับจากวันที่มีการปรับสิทธิ
บริษัทฯ 
อาจทำการปรับราคาการใช้สิทธิควบคู่กับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิใหม่ทดแทนการปรับอัตราการใช้สิทธิก็ได้
ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ต้องออกหุ้นรองรับเพิ่มเติม ให้ถือว่าบริษัทฯ
ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นรองรับดังกล่าวเมื่อได้ยื่นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติให้ออกหุ้นเพิ่มเ
ติมเพื่อรองรับการปรับสิทธินั้นอย่างเพียงพอต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนการปรับสิทธิ จึงจะถือว่าบริษัทฯ
ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นรองรับ
หุ้นสามัญที่เกิดจากการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ 
จะมีสิทธิและได้รับผลประโยชน์อันพึงได้เหมือนหุ้นสามัญเดิมที่ออกและเรียกชำระเต็มมูลค่าแล้วของบริษัทฯ
ทุกประการ เมื่อกระทรวงพาณิชย์ได้รับจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วของบริษัทฯ
การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิ ตามเงื่อนไข (ก) ถึง (ฉ) บริษัทฯ 
จะดำเนินการแจ้งผลการเปลี่ยนแปลง
โดยแจ้งถึงรายละเอียดวิธีการคำนวณและเหตุผลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบ
และสำหรับผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ และตลาดหลักทรัพย์ บริษัทฯ จะแจ้งผ่านทางระบบ SET Link
โดยแจ้งทันทีหรือก่อนวันทีอัตราหรือราคาใช้สิทธิแปลงสภาพมีผลบังคับใช้ โดยบริษัทฯ
จะไม่ทำการเวนคืนใบสำคัญแสดงสิทธิ
แต่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิเดิมจะได้รับสิทธิในการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิ
และอัตราการใช้สิทธิทุกประการ
บริษัทฯ จะไม่ขยายอายุใบสำคัญแสดงสิทธิฯ และจะไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงราคาและอัตราการใช้สิทธิ 
เว้นแต่จะมีการปรับสิทธิตามเงื่อนไขการปรับสิทธิที่กำหนดไว้ในข้อนี้
ระยะเวลาห้ามจำหน่ายหุ้น (ถ้ามี)    -ไม่มี-
อื่น ๆ ที่สำคัญ (ถ้ามี)    -ไม่มี-
ที่ปรึกษาทางการเงิน (ถ้ามี)    -ไม่มี-
จัดทำโดย    บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน)



ผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ
บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน)


____________________________________                                      
___________________________________    
(นายชำนาญ วังตาล)                                 (นายไมเคิล อเล็กซานเดอร์ วิลเลี่ยม เฟอร์นันเดช)
กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม                            กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้