รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
13 พ.ค. 2565 17:19:00
หัวข้อข่าว
ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม (เพิ่มเติม)
หลักทรัพย์
ACAP
แหล่งข่าว
ACAP
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล                 


เรื่อง                                               : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม
รายละเอียด                                          :
ELCIDACAP011/2565

วันที่ 13 พฤษภาคม 2565

เรื่อง     ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับงบการเงินประจำปี 2564 ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯสอบถาม (เพิ่มเติม)

เรียน    กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีหนังสือที่ บจ. 162/2565ลงวันที่ 8 เมษายน 2565 
เรื่องขอให้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับงบการเงินประจำปี 2564
และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบควบคุมภายในของบริษัท
ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงิน
เนื่องจากมีความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญต่อความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่อง
และการที่สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ("สำนักงาน ก.ล.ต.")
กล่าวโทษอดีตกรรมการและผู้บริหารของบริษัทกับพวกรวม 6 ราย
กรณีกระทำทุจริตและแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย
ดังนั้นเพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน บริษัท เอเชีย
แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") จึงขอชี้แจงข้อมูลในประเด็นต่างๆ ดังนี้

1.    สถานะการประกอบธุรกิจของบริษัท
จากข้อมูลในงบการเงินปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้ดอกเบี้ย 23 ล้านบาท 
โดยมีเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทอื่นที่ผิดนัดชำระหนี้ 2,371 ล้านบาท ลดลง 162 ล้านบาท จาก 2,533 ล้านบาท
ในปี 2563 ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 บริษัทฯ
ชี้แจงว่าได้ชะลอการให้สินเชื่อรายใหม่เนื่องจากเริ่มกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการพิจารณาสินเชื่อเมื่อวันที่
1 มิถุนายน 2563 เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด
โดยลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีแต่มีบางรายที่อยู่ระหว่างเจ
รจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในธันวาคม 2564 นอกจากนั้นอ้างถึงหนังสือของบริษัทฯ
เลขที่ ELCIDACAP025/2564 เรื่อง ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ลงวันที่ 21
ตุลาคม 2564 บริษัทฯ มีสินเชื่อใหม่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา 7 ราย วงเงินรวม 120 ล้านบาท
แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจ 3 ราย วงเงิน 120 ล้านบาท และสินเชื่อส่วนบุคคล 4 ราย วงเงิน 0.12 ล้านบาท
ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายในธันวาคม 2564 บริษัทฯ ขอชี้แจงดังนี้

1.1    สถานะปัจจุบันของเงินให้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้ 2,371 ล้านบาท ประกอบด้วย มูลหนี้ มูลค่าหลักประกัน
สถานะทางคดี ความคืบหน้าในการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในธันวาคม
2564 การดำเนินการเพื่อให้สามารถกลับมารับรู้รายได้ดอกเบี้ย
และระยะเวลาที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากลูกหนี้ผิดนัดดังกล่าว อธิบายแยกเป็นรายลูกหนี้ดังนี้



คำตอบ 1.1
บริษัทฯ ขอชี้แจงสถานะของเงินให้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้ 2,371 ล้านบาท ดังนี้                    
หน่วย : ล้านบาท
เงินให้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้
    วันที่
ผิดนัด ชำระหนี้    วันที่
หยุดรับรู้
รายได้    มูลหนี้
    มูลค่า
หลักประกัน
(ราคาทางบัญชี)    การดำเนินการ
    การดำเนินการเพื่อให้
สามารถกลับมารับรู้
รายได้ดอกเบี้ย (ถ้ามี)
1.ลูกหนี้ที่มีหุ้นสามัญเป็นหลักประกัน    162    257        
 - ลูกหนี้รายที่ 1
(ลูกหนี้ตั๋ว BE)    15 พย.62    15 พย.62    -    -    1.ฟ้องศาลดำเนินคดี 27 มีค.63
2.ศาลนัดสืบพยาน 30 กย.64 (ศาลยกเลิกนัด นัดสืบพยานใหม่ 26 มค.65)
3.ลูกหนี้ชำระหนี้ปิดบัญชีเมื่อวันที่ 22 
พย.64    ลูกหนี้มีการชำระหนี้ด้วยเงินสดเพื่อปิดบัญชีตามยอดหนี้ในตั๋ว BE 3 ใบ
และได้มีการคืนหุ้นที่เป็นหลักประกันเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 22 พย.64
- ลูกหนี้รายที่ 2
(ลูกหนี้ตั๋ว BE)    20 กย.62    20 กย.62    -    -    1.ฟ้องศาลดำเนินคดี 7 พย.62
2.ศาลพิพากษา 25 พย.63 ให้ชำระหนี้เงินต้นทั้งจำนวน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5
3.บริษัทฯ ยื่นขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี 16 กค.64 (ศาลอยู่ระหว่างพิมพ์หมาย)
4.ลูกหนี้ชำระหนี้ปิดบัญชีเมื่อวันที่ 22 
พย.64    ลูกหนี้มีการชำระหนี้ด้วยเงินสดเพื่อปิดบัญชีตามยอดหนี้ในตั๋ว BE 2 ใบ
และได้มีการคืนหุ้นที่เป็นหลักประกันเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 22 พย.64
2.ลูกหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน    1,575    1,217        
-  ลูกหนี้รายที่ 1
    30 มิย.60    1 มค.61    -    -    1.วันที่ยื่นขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิ 1 มีค.60 (ตามสิทธิเจ้าหนี้รับจำนอง) 
ภายหลังจากลูกหนี้รายนี้ถูกฟ้องบังคับคดีจากเจ้าหนี้รายอื่น
2.บริษัทฯ ซื้อทรัพย์ที่กรมบังคับคดีขายทอดตลาด เมื่อ 20 กพ.64
3.ลูกหนี้ร้องให้เพิกถอนการขายและงดบังคับคดี รอศาลนัดไต่สวน 30 พย.64
4. ศาลยกคำร้องของบริษัทลูกหนี้ที่ยื่นของดการบังคับคดี เมื่อวันที่ 30 พย.64
5.ศาลยกคำร้องของบริษัทลูกหนี้ที่ยื่นขอเพิกถอนการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 21 ธค.64

    บริษัทฯ รับโอนกรรมสิทธิ์หลักประกันเรียบร้อยแล้วอย่างไรก็ตามบริษัทฯ 
ไม่ได้รับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากลูกหนี้ดังกล่าวในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 เนื่องจากบริษัทฯ
ได้รับชำระหนี้เป็นทรัพย์สินที่ได้จากการประมูลซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดี รวมทั้งบริษัทฯ
ได้รับรู้รายได้ดอกเบี้ยไปแล้วเมื่อปี 2560

เงินให้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้
    วันที่
ผิดนัด ชำระหนี้    วันที่
หยุดรับรู้
รายได้    มูลหนี้
    มูลค่า
หลักประกัน
(ราคาทางบัญชี)    การดำเนินการ
    การดำเนินการเพื่อให้
สามารถกลับมารับรู้
รายได้ดอกเบี้ย (ถ้ามี)
                    6. 13 ธค.64 ลูกหนี้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งกรณีศาลชั้นต้นยกคำร้องของดการบังคับคดี 
ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำสั่งจากศาลอุทธรณ์
7. 19 มค.65 ลูกหนี้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งกรณีศาลชั้นต้นยกคำร้องขอเพิกถอนการขาย 
ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำสั่งจากศาลอุทธรณ์
8.บริษัทฯ รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหลักประกันเรียบร้อยแล้วเมื่อ 23 กพ.65    
- ลูกหนี้รายที่ 2
    28 มีค.62    16 กค.62    -    -    1.ลูกหนี้เข้าเจรจาขอขายทรัพย์ชำระหนี้ โดยลูกหนี้มีหนังสือลงวันที่ 30 กย.63 
และปัจจุบันยังไม่สามารถขายทรัพย์ได้
2.ปัจจุบันอยู่ระหว่างการมอบให้ทนายความทำหนังสือบอกกล่าวทวงถามและดำเนินการฟ้องร้องคดีคาดว่าจะสามารถดำ
เนินการแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ปี 2565ถ้ามีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ    ลูกหนี้ขายทรัพย์เพื่อชำระหนี้
- ลูกหนี้รายที่ 3
    24 มีค.62    20 กย.62    -    -    1.บริษัทฯ นำไปขอรับสินเชื่อจากสถาบันการเงิน 
โดยการโอนสิทธิการฟ้องร้องไปให้สถาบันการเงินแห่งนั้น
2.สถาบันการเงินแห่งนั้นอยู่ระหว่างการฟ้องบังคับหลักประกันโดยมีการนัดสืบพยาน 9 พย.64
3.ศาลเลื่อนนัดไต่สวนไปเป็นวันที่
 6-8 มิย.66    กรณีสถาบันการเงิน บังคับหลักประกันและขายทอดตลาด บริษัทฯ จะได้รับการชำระหนี้ 
และสามารถชำระหนี้สถาบันการเงินแห่งนั้นด้วยเช่นกัน
- ลูกหนี้รายที่ 4     20 เมย.60    13 กพ.61    -    -    1.ฟ้องศาล 1 สค.61
2.ศาลพิพากษา 28 พย.61
3.ขายทอดตลาด 2 ครั้ง ยังไม่มีผู้ซื้อ (รอการประมูลครั้งที่ 3) โดยวันที่ขายทอดตลาดครั้งล่าสุดคือวันที่
20 มีค.64 ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอกำหนดวันประมูลขายทอดตลาดอีกครั้ง    กรณีขายทรัพย์ได้ บริษัทฯ
จะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน
เงินให้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้
    วันที่
ผิดนัด ชำระหนี้    วันที่
หยุดรับรู้
รายได้    มูลหนี้
    มูลค่า
หลักประกัน
(ราคาทางบัญชี)    การดำเนินการ
    การดำเนินการเพื่อให้
สามารถกลับมารับรู้
รายได้ดอกเบี้ย (ถ้ามี)
- ลูกหนี้รายที่ 5     18 กย.62    19 
กย.62    -    -    1.ลูกหนี้แจ้งว่าอยู่ระหว่างหาผู้ร่วมทุนกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง
(ตามหนังสือลงวันที่ 7 มิย.64)
2.อยู่ระหว่างเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในธค.64 
ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้มีความสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ ซึ่งการเจรจายังไม่สำเร็จ
3.ปัจจุบันอยู่ระหว่างการมอบให้ทนายความทำหนังสือบอกกล่าวทวงถามและดำเนินการฟ้องร้องคดีคาดว่าจะสามารถดำ
เนินการแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ถ้ามีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ    การฟ้องบังคับคดี
เพื่อประมูลขายทอดตลาด บริษัทฯ จะได้รับชำระหนี้

3.ลูกหนี้ที่มีสิทธิการเช่าเป็นหลักประกัน
    20 พย.61    28 มิย.62    491    598    1.ไม่ได้ดำเนินคดีเนื่องจาก เจ้าของกรรมสิทธิที่เป็นสถาบันการศึกษา 
ได้โอนสิทธิการเช่าให้กับบริษัทในเครือ (OK CASH) บริษัทฯเมื่อ 15 กค.63
โดยสิทธิการเช่าบนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็น Community Mall ระยะสัญญาเช่าเริ่มต้นปี 2558 สิ้นสุดปี
 2581 ตั้งอยู่ที่ซอยอ่อนนุช กรุงเทพฯ
2.บริษัทและบริษัทในเครือได้ฟ้องขับไล่ เมื่อ 4 ธค.63 โดยศาลนัดไต่สวน 23 กย.64ล่าสุดศาลเลื่อนนัดไต่สวน
 3 พย.64
3.ศาลนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 7-9 ธค.65    1.รายได้จากการเข้าร่วมบริหาร
2.รายได้จากค่าเช่า
3.รายได้จากการจำหน่ายจ่ายโอนสิทธิการเช่าให้กับบุคคลภายนอกที่คุ้มวงเงินกู้
4.ลูกหนี้ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล    มิย.61    20 สค.61    304    โอนสิทธิการรับเงินจาก 
บริษัทมหาชนแห่งหนึ่งในSET    1.บริษัทฯ ฟ้องศาล 20 สค.61 และมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้เมื่อ 10 มิย.63
2.เมื่อ25 พย.63 ลูกหนี้อุทธรณ์
3.ศาลนัดให้ฟังคำพิพากษา 28 กย.64 ล่าสุดศาลอุทธรณ์เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาไป 20 มค.65
4.ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น
     บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์
เงินให้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้
    วันที่
ผิดนัด ชำระหนี้    วันที่
หยุดรับรู้
รายได้    มูลหนี้
    มูลค่า
หลักประกัน
(ราคาทางบัญชี)    การดำเนินการ
    การดำเนินการเพื่อให้
สามารถกลับมารับรู้
รายได้ดอกเบี้ย (ถ้ามี)
                    5.บริษัทฯ ยื่นคำร้องขอออกคำบังคับให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์
6. ลูกหนี้ยื่นขออนุญาตฎีกาและยื่นขออนุญาตทุเลาการบังคับคดี เมื่อวันที่ 9 มีค.65
7.บริษัทฯ ยื่นคำคัดค้านคำร้องขออนุญาตฎีกา และยื่นคำคัดค้านขอทุเลาการบังคับคดี เมื่อวันที่ 4 เมย.65
8. 11 เมย.65 ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอถอนบังคับคดีและบริษัทฯ ยื่นคำคัดค้านการขอถอนบังคับคดีเมื่อวันที่ 26 
เมย.65 ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาจากศาลชั้นต้น    
รวมเงินให้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้    2,371    1,815        
สรุปผลประกอบการจากตารางด้านต้น
    ลูกหนี้กลุ่มที่ 1: ลูกหนี้ที่มีหุ้นสามัญเป็นหลักประกัน
ลูกหนี้ทั้ง 2 รายมีการชำระหนี้ปิดบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    ลูกหนี้กลุ่มที่ 2: ลูกหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน
ลูกหนี้รายที่ 1 บริษัทฯ ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหลักประกันมาเป็นของบริษัทฯ เรียบร้อยแล้ว
ลูกหนี้กลุ่มที่ 4: ลูกหนี้ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล
บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์

1.2    สรุปข้อมูลของรายการเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทอื่นที่ผิดนัดชำระหนี้ที่ลดลง 162 ล้านบาท ประกอบด้วย 
มูลหนี้ มูลค่าหลักประกัน รูปแบบการรับชำระหนี้ และรายได้ดอกเบี้ยที่รับรู้จากการรับชำระดังกล่าว
อธิบายแยกเป็นรายลูกหนี้ดังนี้

คำตอบ 1.2
    บริษัทฯ ขอชี้แจงว่าเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทอื่นที่ผิดนัดชำระหนี้ลดลง 162 ล้านบาทเกิดจากลูกหนี้ 2 ราย 
รายละอียดดังนี้





ชื่อลูกหนี้    มูลหนี้ : ล้านบาท    มูลค่าหลักประกัน    ประเภทหลักประกัน    รูปแบบการชำระ    รายได้ดอกเบี้ย    วันที่
ชำระหนี้
    เงินต้น    ดอกเบี้ยค้างรับ    รวมมูลหนี้    ณ 30 กย.64    ณ 30 กย.64            
ลูกหนี้รายที่ 1
(ลูกหนี้ตั๋ว 
BE)    90.00    2.46    92.46    154.71    หลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์    ลูกหนี้มีการชำระหนี้เป็นเงินสดเพื
่อปิดบัญชีตามยอดหนี้ในตั๋ว BE 3 ใบ และได้มีการคืนหุ้นที่เป็นหลักประกันเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 22
พย.64    10.98    22 พย.64
ลูกหนี้รายที่ 2
(ลูกหนี้ตั๋ว 
BE)    70.00    -    70.00    83.55    หลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์    ลูกหนี้มีการชำระหนี้เป็นเงินสดเพื่อปิ
ดบัญชีตามยอดหนี้ในตั๋ว BE 2 ใบ และได้มีการคืนหุ้นที่เป็นหลักประกันเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 22
พย.64    11.62    22 พย.64
รวม    160.00    2.46    162.46    238.26            22.60    

โดยบริษัทฯ ได้รับชำระหนี้ตามตั๋ว BE ของลูกหนี้ทั้ง 2 รายดังกล่าวเป็นเงินสดรวมจำนวน 185.07 ล้านบาท 
เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 64 และรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากตั๋ว BE ดังกล่าว เท่ากับ 22.6 ล้านบาท
ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564

1.3    ผลการพิจารณาสินเชื่อใหม่ 7 ราย วงเงินรวม 120 ล้านบาท ประกอบด้วย มูลหนี้ มูลค่าหลักประกัน 
ระยะเวลาการให้สินเชื่อโดยระบุวันเริ่มต้น-สิ้นสุด อัตราดอกเบี้ย รายได้ดอกเบี้ยที่รับรู้
และเหตุผลในการอนุมัติและ/หรือปฏิเสธสินเชื่อ โดยขอให้อธิบายแยกเป็นรายสินเชื่อ ทั้งนี้
ปัจจุบันบริษัทมีสินเชื่อที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาหรือไม่ อย่างไร

คำตอบ 1.3
    บริษัทฯ ขอชี้แจงว่าบริษัทฯได้มีการพิจารณาสินเชื่อบุคคลจำนวน 4 ราย วงเงินรวม120,000 บาท 
ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาทั้ง 4 ราย เนื่องจากผลตรวจเครดิตบูโร
ผู้ยื่นขอสินเชื่อมีภาระหนี้ค่อนข้างสูง อาจส่งผลต่อความสามารถชำระหนี้ในอนาคตได้
    นอกจากนั้น บริษัทฯได้รับพิจารณาลูกค้ายื่นขอสินเชื่อจำนวน 3 ราย วงเงินรวมประมาณ 120 ล้านบาทนั้น 
ผลการพิจารณา ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาหมดทั้ง 3 ราย ตามรายละเอียดดังนี้
-    รายที่ 1 บริษัทที่ยื่นขอวงเงินกู้อยู่ในธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า 
โดยเสนอหลักประกันเป็นที่ดินและอาคารที่ตั้งของอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ
ลูกค้ารายนี้ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากหลักประกันตั้งอยู่ในทำเลที่อาจส่งผลต่อสภาพคล่องในการขายในอนาคต
-    รายที่ 2 บริษัทที่ยื่นขอวงเงินกู้อยู่ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขอวงเงินกู้ 
โดยเสนอหลักประกันเป็นการโอนสิทธิการรับเงินเพื่อค้ำประกันหนี้ ลูกค้ารายนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา
เนื่องจากเป็นการโอนสิทธิงานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างเป็นบริษัทเอกชนมีความเสี่ยงต่อการรับเงินและไม่มีหลัก
ประกันที่เป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน
-    รายที่ 3 บริษัทที่ยื่นขอวงเงินกู้อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเสนอหลักประกันเป็นที่ดินเปล่า 
ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี
ลูกค้ารายนี้ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากราคาประเมินทรัพย์สินต่ำกว่าวงเงินค่อนข้างมาก
ทำให้ไม่สามารถตกลงเรื่องวงเงินกันได้

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาสินเชื่อ 2 ราย วงเงินรวมประมาณ 72 ล้านบาท 
ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการพิจารณาภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 สรุปดังนี้
-    รายที่ 1 บริษัทยื่นขอกู้วงเงิน 17 ล้านบาท อยู่ในธุรกิจผู้ผลิตกล่องกระดาษ 
วัตถุประสงค์การกู้เพื่อนำไปซื้อโรงงานเก่า
-    รายที่ 2 บริษัทยื่นขอกู้วงเงิน 55 ล้านบาท อยู่ในธุรกิจซื้อขายเศษเหล็ก 
โดยมีวัตถุประสงค์ของการกู้เพื่อRefinance และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ

1.4    กิจกรรมการประกอบธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยในปัจจุบันที่คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าก่อให้เกิดรายได้
หลักอย่างชัดเจน แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อ และความเห็นของคณะกรรมการบริษัท

คำตอบ 1.4
ชื่อบริษัท    กิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้
บริษัทฯ     -    ขยายประเภทการให้สินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีหลักประกัน
-    ดำเนินการขยายอายุวงเงินลูกหนี้
-    ปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับชำระหนี้คืนเป็นเงินสดจากลูกหนี้ผิดนัดจำนวน 2 รายมูลค่ารวม 185.07 
ล้านบาทและรับโอนกรรมสิทธิจากการประมูลซื้อทรัพย์ 1 ราย
CAPOK    -    อยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อปรับปรุงและพัฒนาระเบียบการให้สินเชื่อให้ครบถ้วน
OK CASH    -    ขยายวงเงินสินเชื่อ
-    ปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้
-    เจรจาลดดอกเบี้ย เพื่อขอชำระหนี้
-    ติดตามหนี้
ชื่อบริษัท    กิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้
CIMAGE    -    กิจกรรมทางธุรกิจที่จะสร้างรายได้ประกอบด้วยรายได้จากการขายและให้เช่า อาคารสำนักงาน 
โกดังเก็บสินค้า ในทำเลกรุงเทพและปริมณฑล

ทั้งนี้แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อมาจากการได้รับชำระหนี้คืนจากลูกหนี้บางรายที่
ชำระคืนเป็นเงินสดและทรัพย์สินที่ตีโอนรับชำระจากลูกหนี้
ซึ่งจะนำมาพัฒนาปรับปรุงเพื่อขายหรือให้เช่าต่อไป
ความเห็นของคณะกรรมการเกี่ยวกับกิจกรรมการประกอบธุรกิจที่ก่อให้เกิดรายได้หลัก 
มีข้อเสนอแนะให้มีการนำทรัพย์สินของบริษัทฯ มาพัฒนาหรือปรับปรุงเพื่อขายหรือให้เช่า

2.    การกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต
2.1    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้น 114 ล้านบาท 
โดยจากข้อมูลตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 15, 15.3 และ 32.5 บริษัทฯ
มีการกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต(ค่าเผื่อฯ) ของลูกหนี้ 2 ราย
ซึ่งมีคดีความที่ผลการพิจารณายังไม่สิ้นสุดรวม 161 ล้านบาท
    ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทอธิบายเหตุผลการกลับรายการค่าเผื่อฯ ในขณะที่คดีความยังไม่สิ้นสุด 
หลักเกณฑ์  และข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณา เช่น ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แนวโน้มผลของคดีความ
ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ โดยขอให้อธิบายแยกเป็นรายลูกหนี้

บริษัทฯ ขอชี้แจงดังนี้
ลูกหนี้    เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทอื่นที่ผิดนัดชำระหนี้    กลับรายการค่าเผื่อฯ    คำอธิบาย
รายที่ 1    283.15    91.66    
ลูกหนี้ถูกบังคับคดีและทรัพย์ถูกขายทอดตลาด โดยบริษัทฯ 
ได้ชนะการประมูลซื้อทรัพย์และรับโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วจึงถือได้ว่าได้รับชำระหนี้ครบถ้วน
และสำนักกฎหมายให้ความเห็นว่าเมื่อได้มีการโอนทรัพย์มาเรียบร้อยแล้ว
คดีที่เกิดจากการร้องเรื่องการขายทอดตลาด
จึงไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯจึงมีการกลับรายการค่าเผื่อทั้งจำนวน

คดีความ
19 กุมภาพันธ์ 2564 ลูกหนี้ฟ้องของดบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลต่อศาลแพ่ง
20 กุมภาพันธ์ 2564 บริษัทฯ ทำสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เป็นหลักประกันกับกรมบังคับคดี
30 พฤศจิกายน 2564 ศาลแพ่งยกคำร้องของดบังคับคดี
13 ธันวาคม 2564 ลูกหนี้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำสั่งจากศาลอุทธรณ์
23 กุมภาพันธ์ 2565 บริษัทฯ รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหลักประกันและกลับรายการค่าเผื่อฯ ในงบปี 2564    
รายที่ 2    304.47    68.51    
บริษัทฯ กลับรายการค่าเผื่อฯ นั้นเป็นผลมาจากผลการตัดสินของศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง 
และจำเลยมีโอกาสน้อยที่จะได้รับอนุญาตฎีกา (ตามความเห็นของสำนักกฎหมาย) บริษัทฯ
จึงมีโอกาสที่จะได้รับชำระหนี้ภายใน 1 ปี โดยปัจจุบันบริษัทฯ
ได้ดำเนินการออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์
ขณะที่ลูกหนี้ซึ่งไม่เคยตั้งค่าเผื่อฯ ไว้ แต่ปัจจุบันลูกหนี้ได้ดำเนินการตั้งสำรองฯ
ไว้แล้วเสมือนเป็นการยอมรับความสูญเสียที่จะเกิดชึ้น จากการที่จะต้องชำระหนี้ให้กับบริษัทฯ

คดีความ
20 สิงหาคม 2561 บริษัทฯ ฟ้องลูกหนี้และบริษัทคู่ค้าของลูกหนี้ (1)ต่อศาลแพ่งให้ชำระหนี้แก่บริษัทฯ
10 มิถุนายน 2563 ศาลแพ่งพิพากษาให้บริษัทคู่ค้าของลูกหนี้ชำระเงินแก่บริษัท 290 ล้านบาท
25 พฤศจิกายน 2563บริษัทคู่ค้าของลูกหนี้ยื่นอุทธรณ์
20 มกราคม 2565 ศาลอุทธรณ์ยืนตามคำพิพากษาของศาลแพ่งจึงกลับรายการค่าเผื่อฯ ในงบปี 2564 
ปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างระยะเวลาที่คู่ความใช้สิทธิฎีกา
โดยลูกหนี้ยื่นขออนุญาตฎีกาและยื่นขออนุญาตทุเลาการบังคับคดี เมื่อวันที่ 9 มี.ค.65    

2.2    จากข้อมูลตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 32.6 บริษัทฯ 
ถูกลูกหนี้รายหนึ่งฟ้องร้องในข้อหาผิดสัญญาเรียกค่าเสียหายขอให้รับชำระหนี้ ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม
โดยให้ชดใช้ค่าเสียหาย 223 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีนับแต่วันฟ้อง และให้บริษัทฯ รับชำระหนี้
237 ล้านบาท จากลูกหนี้พร้อมไถ่ถอนจำนองที่ดินและไถ่ถอนจำนำหุ้นทั้งหมดให้แก่ลูกหนี้ โดยเมื่อวันที่ 11
ตุลาคม 2564 ศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว เนื่องจากบริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ
ศาลจึงกำหนดให้นัดพร้อมเพื่อฟังผลคดีฟื้นฟูกิจการในวันที่ 7 มีนาคม 2565 ฝ่ายบริหารของบริษัทฯ
เชื่อว่าผลของคดีไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่องบการเงิน
จึงไม่ได้บันทึกหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากคดีความดังกล่าว
    ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทฯ อธิบายที่มาของคดีความที่ถูกลูกหนี้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ประกอบด้วย 
ลูกหนี้ที่ฟ้องร้อง เหตุที่ฟ้องร้อง มูลค่าความเสียหายที่คาดว่าจะต้องชดใช้
ความคืบหน้ากรณีศาลนัดพร้อมในวันที่ 7 มีนาคม 2565
ข้อมูลและหลักเกณฑ์ที่ฝ่ายบริหารใช้ประกอบการพิจารณาที่ทำให้มั่นใจว่าผลของคดีความจะไม่มีผลกระทบอย่างมี
นัยสำคัญต่องบการเงินและไม่ได้บันทึกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากคดีดังกล่าว

บริษัทฯ ขอชี้แจงว่าจากข้อมูลตามหมายเหตุผลประกอบงบการเงินข้อ 32.6 นั้น กรณีบริษัทฯ 
ถูกลูกหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันที่มีมูลค่าสูงกว่ามูลหนี้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนั้น
ลูกหนี้รายนี้ถูกศาลมีคำสั่งให้ชำระหนี้แก่บริษัทฯ ในฐานะเจ้าหนี้รับจำนอง
และถูกกรมบังคับคดีนำทรัพย์ออกขายทอดตลาด
ในขณะเดียวกันลูกหนี้รายนี้ได้มีการประวิงเวลาในการขายทอดตลาดตามกระบวนการยุติธรรม
รวมถึงลูกหนี้รายนี้ฟ้องร้องบริษัทฯในข้อหาสัญญาไม่เป็นธรรมและเรียกค่าเสียหาย
ซึ่งเป็นแนวทางการต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรมของลูกหนี้ในขณะที่ถูกบังคับคดีขายทอดตลาด
โดยฝ่ายกฎหมายของบริษัทฯมีความเห็นว่าบริษัทฯไม่ได้ทำผิดสัญญา
ข้ออ้างเรื่องความเสียหายตามคำฟ้องไม่เป็นความจริงหลายประการและไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย
(ความเห็นของสำนักงานกฎหมาย ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2564)
บริษัทฯจึงเชื่อว่าผลของคดีความจะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่องบการเงินจึงไม่ได้บันทึกหนี้สินที่อาจเ
กิดขึ้นจากคดีดังกล่าว และเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565
ศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้เลื่อนการรายงานความคืบหน้าขอคดีฟื้นฟูออกไปเป็นวันที่ 5 กันยายน 2565
    
2.3    ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับความเหมาะสมในการกลับรายการค่าเผื่อฯ 
ในขณะที่คดีความยังไม่สิ้นสุด และการไม่ได้บันทึกหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากคดีความ ตามข้อ 2.1 และข้อ
2.2 ตามลำดับ
คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเห็นว่ารายการกลับค่าเผื่อฯ ของลูกหนี้ทั้งสองราย ตามข้อ 2.1 และ 
2.2 เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางบัญชี มีความเหมาะสม ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบครั้งที่ 1/2565
และคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2565 ที่ประชุมเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 เมื่อบริษัทฯ
ได้รับชำระหนี้ หรือมีโอกาสได้รับชำระหนี้ จึงเห็นสมควรปรับรายการค่าเผื่อฯ โดยลูกหนี้ตามข้อ 2.1 รายที่
1 นั้น บริษัทฯ ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินจากการชนะประมูลซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดี
ส่วนลูกหนี้รายที่ 2 ตามความเห็นของที่ปรึกษากฎหมาย ทำให้ความเป็นไปได้ที่บริษัทฯ
จะได้รับชำระหนี้จึงมีโอกาสสูง
ส่วนกรณีการที่บริษัทฯ ไม่ได้บันทึกหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากคดีที่ลูกหนี้ตามคำถามข้อ 2.2 
ฟ้องร้องบริษัทฯ นั้น เป็นความเชื่อมั่นต่อผลของคดีจะไม่ส่งผลลบต่อบริษัทฯ
ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของที่ปรึกษากฎหมายและบริษัทฯ
มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันที่มูลค่าสูงกว่ามูลหนี้

3.    ระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ

ตามที่เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2565 สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษอดีตกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ กับพวกรวม
6 ราย กรณีกระทำทุจริต แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยอดีตกรรมการและผู้บริหาร 2
รายได้กระทำผิดพร้อมพวกอีก 4 ราย โดยร่วมกันดำเนินการให้บริษัทฯ ว่าจ้างให้บริษัท ออลไรท์ เฮ้าส์ จำกัด
เป็นผู้ก่อสร้างกำแพงกั้นดินและท่อระบายน้ำ และให้บริษัท ไชอา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ต่อมาพบว่าไม่มีการก่อสร้างจริงตามสัญญาแต่ได้มีการจ่ายเงินค่าก่อสร้างไป
ทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่ารวม 27.50 ล้านบาท
จากประเด็นดังกล่าว เบื้องต้นพิจารณาได้ว่าบริษัทฯ 
มีประเด็นเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติการดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน
จึงขอให้ชี้แจงดังนี้

3.1    ขอให้ชี้แจงการปรับปรุงระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ โดยขอให้อธิบายถึงกรอบอำนาจอนุมัติการจ่ายเงิน 
ขั้นตอนการจ่ายเงิน ข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณา
รวมถึงการดำเนินการอื่นใดที่สำคัญสำหรับการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเรื่องดังกล่าว
หากอยู่ระหว่างการปรับปรุง ขอให้ระบุกรอบเวลาที่จะดำเนินการแล้วเสร็จ
พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าดังกล่าวทุกไตรมาสตามระยะเวลาการนำส่งงบการเงินจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ

    ตามที่เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2565 สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษอดีตกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ 
กับพวกรวม 6 ราย กรณีกระทำทุจริต แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยอดีตกรรมการและผู้บริหาร 2
รายได้กระทำผิดพร้อมพวกอีก 4 รายนั้นจากประเด็นดังกล่าวบริษัทฯ มิได้รับความเสียหายจำนวน 27.50
ล้านบาทตามที่ถูกกล่าวโทษ เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับชำระเงินกลับคืนมาครบถ้วน
นอกจากนี้บริษัทฯ ขอชี้แจงว่าได้มีการปรับปรุงกรอบอำนาจอนุมัติการจ่ายเงิน 
โดยได้นำเสนอขออนุมัติต่อการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 9/2564 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564
ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจอนุมัติการซื้อขายสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามธุรกิจปกติของบริษัทฯ
โดยเปรียบเทียบกับกรอบอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินก่อนปรับปรุง ดังนี้
ผู้อนุมัติ    วงเงินอนุมัติก่อนปรับปรุง    วงเงินอนุมัติภายหลังปรับปรุง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร    ไม่เกิน 50 ล้านบาท    ไม่เกิน 10 ล้านบาท
คณะกรรมการบริหาร    50 - 300 ล้านบาท    10 - 100 ล้านบาท
คณะกรรมการบริษัท    มากกว่า 300 ล้านบาทขึ้นไป    มากกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป

 

3.2    ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับความเหมาะสมเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบ
ริษัทฯ รวมทั้งผลการตรวจติดตามว่ามีการดำเนินการเป็นไปตามระบบการควบคุมภายในแล้วหรือไม่ อย่างไร
คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการตรวจสอบระบบควบคุมภายในของระบบงานต่างๆ ของบริษัทฯ เป็นประจำทุกไตรมาส 
และได้นำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบผลการตรวจสอบภายในเป็นประจำทุกไตรมาส
รวมทั้งคณะกรรมการตรวจสอบยังมีคำแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมภายในให้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น
ควรทบทวนคู่มือปฏิบัติงานประจำปี นอกจากนั้นจากที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบครั้งที่ 6/2564 เมื่อวันที่
20 ธันวาคม 2564 และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565
ได้มีมติอนุมัติแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในประจำปี 2564 ว่ามีความเพียงพอ

จึงเรียนมาเพื่อทราบ


                               ขอแสดงความนับถือ
บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน)

     ..................................................
      (นายอนุชัย วิทย์นลากรณ์)    
    รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ



เลขานุการบริษัท:
02-793-3977


                         ลงลายมือชื่อ ___________________________
                                    ( นายอนุชัย วิทย์นลากรณ์ )
                                    รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้